Thursday, January 8, 2026

นโมการอัฏฐกะ (นโม 8 บท) แปล

 

นโมการอัฏฐกะ (นโม 8 บท) แปล

===========================

ภาษาบาลี

นะโม อะระหะโต สัมมา...........สัมพุทธัสสะ มเหสิโน

นะโม อุตตะมะธัมมัสสะ...........สะวากขาตัสเสวะ เตนิธะ

นะโม มะหาสังฆัสสาปิ..............วิสุทธะสิละทิฏฐิโน

นะโม โอมาตยารัทธัสสะ............ระตะนัตตะยัสสะ สาธุกัง

นะโม โอมะกาตีตัสสะ................ ตัสสะ วัตถุตตะยัสสะปิ

นะโม การัปปะภาเวนะ............... วิคัจฉันตุ อุปัททะวา

นะโม การานุภะเวนะ................. สุวัตถิ โหตุ สัพพะทา

นะโม การัสสะ เตเชนะ................วิธิมหิ โหมิ เตชะวา ฯ

แปลโดยอรรถ

นะโม อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ มะเหสิโน

ขอนอบน้อม แด่พระผู้มีพระภาค อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้แสวงหาซึ่งประโยชน์อันใหญ่

นะโม อุตตะมะธัมมัสสะ

ขอนอบน้อมแด่พระธรรมอันสูงสุด

สวากขาตัสเสวะ เตนิธะ

ในพระศาสนานี้ ที่พระองค์ตรัสดีแล้ว

นะโม มะหาสังฆัสสาปิ

ขอนอบน้อมแด่พระสงฆ์หมู่ใหญ่

วิสุทธะสีละทิฏฐิโน

ผู้มีศีลและทิฏฐิอันหมดจด

นะโม โอมาตยารัทธัสสะ, รตะนัตตะยัสสะ สาธุกัง

การนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย ที่ปรารภแฃ้วว่า โอม (คือ อ, อุ. ม.) ดังนี้ ให้สำเร็จประโยชน์

นะโม โอมากาตีตัสสะม ตัสสะ วัตถุตะยัสสะปิ

ขอนอบน้อม แม้แต่หมวดวัตถุ 3 อันล่วงพ้นโทษต่ำช้านั้น

นะโม การัปปะภาเวนะ

ด้วยความประกาศการกระทำความนอบน้อม

วิคัจฉันตุ อุปัททะวา

อุปัทวะทั้งหลายจงปราศจากไป

นะโมการานุภาเวนะ

ด้วยอานุภาพแห่งการทำความนอบน้อม

สุวัตถิ โหตุ สัพพะทา

ขอความสวัสดีจงมีทุกเมื่อ

นะโมการัสสะ เตเชนะ

ด้วยเดชแห่งการทำความนอบน้อม

วิธิมหิ โหมิ เตชะวา

ขอข้าพเจ้าจงมีเดช ในมงคลพิธีเถิด

แปลโดยยกศัพท์

นะโม อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ มะเหสิโน

นะโม อันว่าความนอบน้อม (อัตถุ จงมี ภะคะวะโต แด่พระผู้มีพระภาค) อะระหะโต ผู้เป็นพระอรหันต์ สัมมาสัมพุทธัสสะ ผู้ตรัสรู้โดยชอบด้วยพระองค์เอง มะเหสิโน ผู้แสวงหาซึ่งประโยชน์อันใหญ่

นะโม อุตตะมะธัมมัสสะ

นะโม อันว่าความนอบน้อม (อัตถุ จงมี) อุตตะมะธัมมัสสะ แด่พระธรรมอันสูงสุด

สวากขาตัสเสวะ เตนิธะ

อิธ สาสเน ในพระศาสนานี้ เตน สวากขาตัสสะ เอว อันพระพุทธเจ้านั้นตรัสไว้ดีแล้ว

นะโม มะหาสังฆัสสาปิ

นะโม อันว่าความนอบน้อ (อัตถุ จงมี) มะหาสังฆัสสะ อปิ แม้แด่พระสงฆ์หมู่ใหญ่

วิสุทธะสีละทิฏฐิโน

วิสุทธะสีละทิฏฐิโน ผู้มีศีลและทิฏฐิอันหมดจด

นะโม โอมาตยารัทธัสสะ, ระตะนัตตะยัสสะ สาธุกัง

นะโม อันว่าความนอบน้อม (อัตถุ จงมี) สาธุกัง ให้สำเร็จประโยชน์ ระตะนัตตะยัสสะ แด่พระรัตนตรัย โอมาตยารัทธัสสะ อันปรารภแล้วว่า โอม

นะโม โอมากาตีตัสสะ, ตัสสะ วัตถุตะยัสสะปิ

นะโม อันว่าความนอบน้อม (อัตถุ จงมี) วัตถุตะยัสสะ อะปิ แม้แด่หมวดวัตถุ 3 โอมากาตีตัสสะ อันล่วงพ้นโทษอันต่ำช้า ตัสสะ นั้น

นะโมการัปปะภาเวนะ

นะโมการัปปะภาเวนะ ด้วยการประกาศการกระทำความนอบน้อม

วิคัจฉันตุ อุปัททะวา

อุปัททะวา อันว่าอุปัทวะทั้งหลาย วิคัจฉันตุ จงปราศจากไป

นะโมการานุภาเวนะ

นะโมการานุภาเวนะ ด้วยอานุภาพแห่งการทำความนอบน้อม

สุวัตถิ โหตุ สัพพะทา

สุวัตถิ อันว่าความสวัสดี โหตุ จงมี สัพพะทา ทุกเมื่อ

นะโมการัสสะ เตเชนะ

เตเชนะ ด้วยเดช นะโมการัสสะ แห่งการทำความนอบน้อม

วิธิมหิ โหมิ เตชะวา

อะหัง อันว่าข้าพเจ้า เตชะวา เป็นผู้มีเดช โหมิ ย่อมเป็น วิธิมหิ ในพิธี

สัมพุทเธ แปล

 

สัมพุทเธ แปล

============================

ภาษาบาลี

1. สัมพุทเธ อัฏฐะวีสัญจะ............ทวาทะสัญจะ สะหัสสะเก

    ปัญจะสะตะสะหัสสานิ............นะมามิ สิระสา อะหัง

    เตสัง ธัมมัญจะ สังฆัญจะ........อาทะเรนะ นะมามิหัง

    นะมะการานุภาเวนะ............... หันตวา สัพเพ อุปัททะเว

    อะเนกา อันตะรายาปิ............. วินัสสันตุ อะเสสะโต ฯ

2. สัมพุทเธ ปัญจะปัญญาสัญจะ..จะตุวีสะติสะหัสสะเก

    ทะสะสะตะสะหัสสานิ............. นะมามิ สิระสา อะหัง

    เตสัง ธัมมัญจะ สังฆัญจะ........ อาทะเรนะ นะมามิหัง

    นะมะการานุภาเวนะ............... หันตวา สัพเพ อุปัททะเว

    อะเนกา อันตะรายาปิ..............วินัสสันตุ อะเสสะโต ฯ

3. สัมพุทเธ นะวุตตะระสะเต.......  อัฏฐะจัตตาฬีสะสะหัสสะเก

    วีสะติสะตะสะหัสสานิ............. นะมามิ สิระสา อะหัง

    เตสัง ธัมมัญจะ สังฆัญจะ.........อาทะเรนะ นะมามิหัง

    นะมะการานุภาเวนะ............... หันตวา สัพเพ อุปัททะเว

    อะเนกา อันตะรายาปิ.............. วินัสสันตุ อะเสสะโต ฯ

แปลโดยอรรถ

สัมพุทเธ อัฏฐะวีสัญจะ, ทะวาทะสัญจะ สะหัสสะเก, ปัญจะสะตะสหัสสานิ นะมามิ สิระสา อะหัง

ข้าพเจ้า ขอนอบน้อม พระสัมมาสัมพุทธเจ้า 5 แสน 1 หมื่น 2 พัน 28 พระองค์ ด้วยเศียรเกล้า

เตสัง ธัมมัญจะ สังฆัญจะ, อาทะเรนะ นะมามิหัง

ข้าพเจ้า ขอนอบน้อมพระธรรมด้วย พระสงฆ์ด้วย ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเหล่านั้น  โดยเคารพ

นะมการานุภาเวนะ

ด้วยอานุภาพแห่งการกระทำความนอบน้อม

หันตะวา สัพเพ อุปัททะเว จงขจัดเสียซึ่งอันตรายทั้งปวง

อะเนกา อันตะรายาปิ, วินัสสะตุ อะเสสะโต

แม้อันตรายทั้งหลายเป็นอเนก จงพินาศไป โดยไม่เหลือฯ

สัมพุทธเธ ปัญจะปัญญาสัญจะ, จะตุวีสะติสะหัสสะเก, ทะสะสะตะสะหัสสานิ นะมามิ สิระสา อะหัง

ข้าพเจ้า ขอนอบน้อม พระสัมมาสัมพุทธเจ้า 1 ล้าน 2 หมื่น 4 พัน 55 พระองค์ ด้วยเศียรเกล้า

เตสัง ธัมมัญขะ สังฆัญจะ, อาทะเรนะ นะมามิหัง

ข้าพเจ้า ขอนอบน้อม พระธรรมด้วย พระสงฆ์ด้วย ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเหล่านั้น โดยความเคารพ

นะมะการานุภาเวนะ ด้วยอานุภาพแห่งการกระทำความเคารพ

หันตะวา สัพเพ อุปัททะเว จงขจัดเสียซึ่งอันตรายทั้งปวง

อะเนกา อันตะรายาปิ, วินัสสะตุ อะเสสะโต

แม้อันตรยทั้งหลายเป็นอเนก จงพินาศไป โดยไม่เหลือ ฯ

สัมพุทเธ นะวุตตะระสะเต, อัฏฐะจัตตาฬีสะสะหัสสะเก,วีสะติสะตะสะหัสสานิ นะมามิ สิระสา อะหัง

ข้าพเจ้า ขอนอบน้อม พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลาย 2 ล้าน 4 หมื่น 8 พัน 109 พระองค์ ด้วยเศียรเกล้า

เตสัง ธัมมัญจะ สังฆัญญจะ, อาทะเรนะ นะมามิหัง

ข้าพเจ้า ขอนอบน้อม พระธรรมด้วย พระสงฆ์ด้วย ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยความเคารพ

นะมะการานุภาเวนะ

ด้วยอานุภาพแห่งการกระทำความนอบน้อม

หันตวา สัพเพ อุปัททะเว จงขจัดเสียซึ่งอุปัทวะทั้งปวง

อะเนกา อันตะรายาปิ, วินัสสันตุ อะเสสะโต แม้อันตรายทั้งหลายเป็นอเนก จงพินาศไป โดยไม่เหลือฯ

แปลโดยยกศัพท์

สัมพุทเธ อัฏฐะวีสัญจะ, ทะวาทะสัญจะ สะหัสสะเก, ปัญจะสะตะสหัสสานิ นะมามิ สิระสา อะหัง

อะหัง อันว่าข้าพเจ้า นะมามิ นอบน้อมอยู่ สิระสา ด้วยเศียรเกล้า สัมพุทเธ ซึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลาย ปัญจะสะหัสสานิ จะ ผู้มีจำนวน 5 แสนด้วย ทะวาทะสะ สหัสสะเก จะ (กับอีก) จำนวน 1 หมื่น 2 พันด้วย อัฏฐะวีสัง จะ (กับอีก) จำนวน 28 ด้วย

เตสัง ธัมมัญจะ สังฆัญจะ, อาทะเรนะ นะมามิหัง

(นะมามิ + อะหัง) อะหัง อันว่าข้าพเจ้า นะมามิ นอบน้อมอยู่ ธัมมัง จะ ซึ่งพระธรรมด้วย สังฆัง จะ ซึ่งพระสงฆ์ด้วย เตสัง สัมพุทธานัง ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเหล่านั้น อาทะเรนะ โดยเคารพ

นะมะการานุภาเวนะ

ด้วยอานุภาพแห่งการกระทำซึ่งความนอบน้อม

หันตะวา สัพเพ อุปัททะเว

(เปลี่ยแปลงให้ถูกต้องตามหลักบาลีไวยากรณ์เป็น  วินัสสันตุ สัพเพ อุปัททะวา)

อุปัททะวา อันว่าอุปัทวะทั้งหลาย สัพเพ ทั้งปวง วินัสสันตุ จงพินาศไป

อะเนกา อันตะรายาปิ, วินัสสันตุ อะเสสะโต

อันตะรายาปิ แท้อันว่าอันตรายทั้งหลาย อะเนกา อันมิใช่น้อย วินัสสันตุ จงพินาศไป อะเสสะโต โดยไม่เหลือ

สัมพุทเธ ปัญจะปัญญาสัญจะ, จะตุวีสะติสะหัสสะเก, ทะสะสะตะสะหัสสานิ นะมามิ สิระสา อะหัง

อะหัง อันว่าข้าพเจ้า นะมามิ นอบน้อมอยู่ สิระสา ด้วยเศียรเกล้า สัมพุทเธ ซึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทะสะสะตะสะหัสสานิ จะ ผู้มีจำนวน 1 ล้านด้วย จะตุะวีสติสะหัสสะเก จะ (กับอีก) จำนวน 2 หมื่น 4 พันด้วย ปัญจะปัญญาสัง จะ (กับอีก) จำนวน 55 ด้วย

เตสัง ธัมมัญจะ สังฆัญจะ, อาทะเรนะ นะมามิหัง

(นะมามิ + อะหัง) อะหัง อันว่าข้าพเจ้า นะมามิ นอบน้อมอยู่ ธัมมัง จะ ซึ่งพระธรรมด้วย สังฆัง จะ ซึ่งพระสงฆ์ด้วย เตสัง สัมพุทธานัง ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเหล่านั้น อาทะเรนะ โดยเคารพ

นะมาการานุภาเวนะ

ด้วยอานุภาพแห่งการกระทำซึ่งความนอบน้อม

หันตะวา สัพเพ อุปัททะเว

(แก้ให้ถูกต้องตามหลักบาลีไวยากรณ์เป็น  วินัสสันตุ สัพเพ อุปัททะวา)

อุปัททะวา อันว่าอุปัทวะทั้งหลาย สัพเพ ทั้งปวง วินัสสันตุ จงพินาศไป

อะเนกา อันตะรายาปิ, วินัสสันตุ อะเสสะโต

อันตะรายาปิ แม้อันว่าอันตรายทั้งหลาย อะเนกา อันมิใช้น้อย วินัสสะตุ จงพินาศไป อะเสสะโต โดยไม่เหลือ

สัมพุทเธ นะวุตตะระสะเต, อัฏฐะจัตตาฬีสะสะหัสสะเก,วีสะติสะตะสะหัสสานิ นะมามิ สิระสา อะหัง

อะหัง อันว่าข้าพเจ้า นะมามิ นอบน้อมอยู่ สิระสา ด้วยเศียรเกล้า สัมพุทเธ ซึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลาย วีสะติสะตะสะหัสสานิ จะ ผู้มีจำนวน 2 ล้านด้วย อัฏฐะจัตตาฬีสะสะหัสสะเก จะ (กับอีก) จำนวน 4 หมืน 8 พันด้วย นะวุตตะระสะเต จะ (กับอีก) จำนวน 109 ด้วย

เตสัง ธัมมัญจะ สังฆัญจะ, อาทะเรนะ นะมามิหัง

(นะมามิ + อะหัง) อะหัง อันว่าข้าพเจ้า นะมามิ นอบน้อมอยู่ ธัมมัง จะ ซึ่งพระธรรมด้วย สังฆัง จะ ซึ่งพระสงฆ์ด้วย เตสัง สัมพุทธานัง ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเหล่านั้น อาทะเรนะ โดยเคารพ

นะมาการานุภาเวนะ

ด้วยอานุภาพแห่งการกระทำซึ่งความนอบน้อม

หันตะวา สัพเพ อุปัททะเว

(เปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องตามหลักบาลีไวยากรณ์เป็น  วินัสสันตุ สัพเพ อุปัททะวา)

 อุปัททะวา อันว่าอุปัทวะทั้งหลาย สัพเพ ทั้งปวง วินัสสันตุ จงพินาศไป

อะเนกา อันตะรายาปิ, วินัสสันตุ อะเสสะโต

อันตะรายาปิ แท้อันว่าอันตรายทั้งหลาย อะเนกา อันมิใช่น้อย วินัสสันตุ จงพินาศไป อะเสสะโต โดยไม่เหลือ

นมการสิทธิคาถา (โย จักขุมา)แปล

 

นมการสิทธิคาถา (โย จักขุมา)แปล

================

ภาษาบาลี

โย จักขุมา โมหะมะลาปะกัฏโฐ

สามังวะ พุทฺโธ  สุคะโต วิมุตโต

มารัสสะ ปาสา วินิโมจะยันโต

ปาเปสิ เขมัง ชะนะตัง วิเนยยัง

พุทธัง วะรันตัง สิระสา นะมามิ

โลกัสสะ นาถัญจะ วินายะกัญจะ

ตันเตชะสา เต ชะยะสิทธิ โหตุ

สัพพันตะรายา จะ วินาสะเมนตุ

ธัมโม ธะโช วิยะ ตัสสะ สัตถุ

ทสฺเสสิ โลกัสสะ วิสุทธิมัคคัง

นิยยานิโก ธัมมะธะรัสสะ  ธารี

สาตาวะโห  สันติกะโร สุจิณโณ

ธัมมัง วะรันตัง สิระสา นะมามิ

โมหัปปะทาลัง อุปสันตะทาหัง

ตันเตชะสา เต ชะยะสิทธิ โหตุ

สัพพันตะรายา จะ วินาสะเมนตุ

สัทธัมมะเสนา สุคะตานุโค โย

โลกัสสะ ปาปูปกิเลสเชตา

สันโต สะยัง สันตินิโยชะโก จ

สวากขาตะธัมมัง วิทิตัง กะโรติ

สังฆัง วะรันตัง สิระสา นะมามิ

พุทธานุพุทธัง สะมะสีละทิฏฐิง

ตันเตชะสา เต ชะยะ สิทธิ โหตุ

สัพพันตะรายา จะ วินาสะเมนฺตุ.

====================

แปลโดยอรรถ

โย จักขุมา โมหมะลาปะกัฏโฐ

ท่านพระองค์ใด มีพระปัญญาจักขุขจัดมลทินคือโหะเสียแล้ว

สามังวะ พุทฺโธ  สุคะโต วิมุตโต

ได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าโดยลำพังพระองค์เอง เสด็จไปดี พ้นแล้ว

มารัสสะ ปาสา วินิโมจะยันโต

ปาเปสิ เขมํ ชะนะตัง วิเนยยัง

ทรงเปลื้องชุมนุมชนอันเป็นเวไนย จากบ่วงแห่งมาร มาให้ถึงความเกษม

พุทธัง วะรันคัง สิระสา นะมามิ

ข้าพระพุทธเจ้าขอถวายนมัสการพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐพระองค์นั้น ด้วยเศียรเกล้า

โลกัสสะ นาถัญจะ วินายะกัญจะ

ผู้เป็นที่พึ่งและเป็นผู้นำแห่งโลก

ตันเตชะสา เต ชะยะสิทธิ โหตุ

ด้วยเดชของพระพุทธเจ้นั้น ขอความสำเร็จแห่งชัยชนะจงมีแก่ท่าน

สัพพะอันตะรายา จะ วินาสะเมนตุ

และขออันตรายทั้งมวล จงถึงความพินาศ.

ธัมโม ธะโช โย วิยะ ตัสสะ สตฺถุ

พระธรรมเจ้าใดเป็นดุจธงชัยแห่งพระศาสดาพระองค์นั้น

ทัสเสสิ โลกัสสะ วิสุทธิมัคคัง

แสดงทางแห่งความบริสุทธิ์แก่โลก

นิยยานิโก ธัมมะธะรัสสะ  ธารี

เป็นคุณอันนำยุคเข็ญ คุ้มครองชนผู้ทรงธรรม

สาตาวะโห สันติกะโร สุจิณโณ

ประพฤติดีแล้ว นำความสุขมา ทำความสงบ

ธัมมัง วะรันตัง สิระสา นะมามิ

ข้าพระพุทธเจ้าขอถวายนมัสการดวยเศียรเกล้าซึ่งพระธรรมอันประเสริฐนั้น

โมหัปปะทาลัง อุปะสันตะทาหัง

อันทำลายโมหะ อันระงับความเร่าร้อน

ตันเตชะสา เต ชะยะสิทธิ โหตุ

ด้วยเดชแห่งพระธรรมเจ้านั้น ขอความสำเร็จแห่งชัยชนะจงมีแก่ท่าน

สัพพันตะรายา จะ วินาสะเมนตุ

และขออันตรานทั้งมวล จงถึงความพินาศ.

สัทธัมมะเสนา สุคะตานุโยโค โย

พระสงฆเจ้าใด เป็นเสนาประกาศพระสัทธรรม ดำเนินตามพระศาสดาผู้เสด็จดีแล้ว ( คือ มีสมานฉันท์ในอันประกาศพระศาสนา)

โลกัสสะ ปาปูปกิเลสะเชตา

ผจญเสียซึ่งอุปกิเลสอันลามกของโลก ( คือ ปราบความชั่วลามกของชุมนุมชนด้วยสั่งสอนให้ละเสีย)

สันโต สะยัง สันตินิโยชะโก จะ

เป็นผู้สงบเองด้วย ประกอบผู้อื่นไว้ในความสงบด้วย

สวากขาตะธัมมัง วิทิตัง กะโรติ

ย่อมทำพรธรรมอันพระศาสดาตรัสดีแล้ว ให้มีผู้รู้ตาม

สังฆัง วะรันตัง สิระสา นะมามิ

ข้าพระพุทธเจ้าขอถวายนมัสการด้วยเศียรเกล้าซึ่งพระสงฆเจ้าผู้ประเสริฐนั้น

พุทธานุพุทธัง สะมะสีละทิฏฐิง

ผู้ตรัสรู้ตามพระพุทธเจ้า มีศีลและทิฏฐิเสมอกัน

ตันเตชะสา เต ชะยะสิทธิ โหตุ

ด้วยเดชของพระสงฆเจ้านั้น ขอความสำเร็จแห่งชัยชนะจงมีแก่ท่าน

สัพพันตะรายา จะ วินาสะเมนตุ

และอันตรายทั้งมวล จงถึงความพินาศเทอญ.

แปลโดยยกศัพท์

โย จักขุมา โมหะมะลาปะกัฏโฐ

โย พุทโธ อันว่าพระพุทธเจ้า พระองค์ใด จักขุมา  เป็นผู้มี(ปัญญา)จักขุ โมหะมะลาปะกัฏโฐ (โมหะมะลา +อปกัฏโฐ)  เป็นผู้ไปปราศแล้วจากมลทินคือโมหะ

สามังวะ พุทฺโธ  สุคะโต วิมุตโต

สามังวะ พุทฺโธ  เป็นผู้ตรัสรู้แล้วด้วยพระองค์เองเทียว  สุคะโต เป็นผู้เสด็จไปดีแล้ว วิมุตฺโต เป็นผู้หลุดพ้นแล้ว

มารัสสะ ปาสา วินิโมจะยันโต

ปาเปสิ เขมํ ชะนะตัง วิเนยยัง

มารัสสะ ปาสา วินิโมจยันโต เป็นผู้หลุดพ้นแล้ว จากบ่วงแห่งมาร หุตฺวา เป็น ชะนะตัง ยังประชุมชน วิเนยยัง ผู้พอแนะนำได้ ปาเปสิ ให้บรรลุถึงแล้ว เขมํ ซึ่งความเกษม

พุทธัง วะรันคัง สิระสา นะมามิ

อะหัง อันว่าข้าพระพุทธเจ้า(ข้าพเจ้า) นะมามิ ย่อมนอบน้อม สิระสา ด้วยเศียรเกล้า พุทธัง ซึ่งพระพุทธเจ้า วะรัง ผู้ประเสริฐ ตัง พระองค์นั้น

โลกัสสะ นาถัญจะ วินายะกัญจะ

โลกสฺสะ นาถัง จะ ผู้เป็นที่พึ่งด้วย วินายะกัง จะ ผู้เป็นผู้นำด้วย โลกัสสะ แห่งโลก

ตันเตชะสา เต ชะยะสิทธิ โหตุ

ตันเตชะสา ด้วยเดชแห่งพระพุทธเจ้านั้น ชะยะสิทธิ อันว่าความสำเร็จแห่งชัยชนะ โหตุ จงมี เต แก่ท่าน

สัพพะอันตะรายา จะ วินาสะเมนตุ

จะ อนึ่ง สัพพะอันตะรายา อันว่าอันตรายทั้งปวงทั้งหลาย วินาสะเมนตุ จงถึงความพินาศ.

ธัมโม ธะโช โย วิยะ ตัสสะ สตฺถุ

ธัมโม อันว่าพระธรรมเจ้า โย ใด ธะโช วิยะ เป็นราวว่าธงชัย สัตถุ ของพระศาสดา ตสฺส พระองค์นั้น อะโหสิ ได้เป็นแล้ว

ทัสเสสิ โลกัสสะ วิสุทธิมัคคัง

โส ธัมโม อันว่าพระธรรมนั้น ทสฺเสสิ แสดงแล้ว วิสุทธิมัคคัง ซึ่งหนทางแห่งความบริสุทธิ์ โลกัสสะ แก่โลก

นิยยานิโก ธัมมะธะรัสสะ  ธารี

นิยยานิโก เป็นคุณอันนำออกจากทุกข์ ธัมมธะรัสสะ ธารี เป็นคุณคุ้มครอง ซึ่งบุคคลผู้ทรงไว้ซึ่งธรรม

สาตาวะโห สันติกะโร สุจิณโณ

สุจิณโณ เป็นธรรมอันประพฤติดีแล้ว สาตาวะโห เป็นธรรมอันนำความสุขมาให้ สันติกโร เป็นธรรมอันกระทำซึ่งความสงบ โหติ ย่อมเป็น

ธัมมัง วะรันตัง สิระสา นะมามิ

อะหัง อันว่าข้าพุทธเจ้า(ข้าพเจ้า) นะมามิ ย่อมนอบน้อม สิระสา ด้วยเศียรเกล้า ธัมมัง ซึ่งพระธรรม วะรัง อันประเสริฐ ตัง นั้น

โมหัปปะทาลัง อุปะสันตะทาหัง

โมหัปปะทาลัง อันทำลายซึ่งโมหะ อุปะสันตะทาหัง อันระงับซึ่งความเร่าร้อน

ตันเตชะสา เต ชะยะสิทธิ โหตุ

ตันเตชะสา ด้วยเดขแห่งพระธรรมนั้น ชะยะสิทธิ อันว่าความสำเร็จแห่งชัยชนะ โหตุ จงมี เต แก่ท่าน

สัพพันตะรายา จะ วินาสะเมนตุ

จะ อนึ่ง สัพพะอันตะรายา อันว่าอันตรายทั้งปวงทั้งหลาย วินาสะเมนตุ จงถึงความพินาศ.

สัทธัมมะเสนา สุคะตานุโยโค โย

โย สังโฆ อันว่าพระสงฆเจ้าใด สัทธมัมมะเสนา เป็นเสนา(ประกาศซึ่ง)พระสัทธรรม สุคะตานุโยโค เป็นผู้ดำเนินตามพระศาสดาผู้เสด็จไปดีแล้ว

โลกัสสะ ปาปูปกิเลสะเชตา

โลกัสสะ ปาปูปกิเลสะเชตา เป็นผู้เอาชนะแล้วซึ่งอุปกิเลสอันชั่วร้าย ของโลก

สันโต สะยัง สันตินิโยชะโก จะ

สะยัง สันโต จ เป็นผู้สงบเองด้วย สันตินิโยชะโก จะ เป็นผู้ประกอบผู้อื่นในความสงบด้วย หุตฺวา เป็น 

สวากขาตะธัมมัง วิทิตัง กะโรติ

กะโรติ ย่อมกระทำ สวากขาตะธัมมัง ซึ่งธรรมอันพระศาสดาตรัสไว้ดีแล้ว วิทิตัง ให้มีผู้รู้ตาม

สังฆัง วะรันตัง สิระสา นะมามิ

อะหัง อันว่าข้าพระพุทธเจ้า(ข้าพเจ้า) นะมามิ ย่อมนอบน้อม สิระสา ด้วยเศียรเกล้า สังฆัง ซึ่งพระสงฆ์ วรํ ผู้ประเสริฐ ตํ นั้น

พุทธานุพุทธัง สะมะสีละทิฏฐิง

พุทธานพุทธัง ผู้ตรัสรู้ตามพระพุทธเจ้า สะมะสีละทิฏฐิง ผู้มีศีลและทิฏฐิเสมอกัน

ตันเตชะสา เต ชะยะสิทธิ โหตุ

ตันเตชะสา ด้วยเดชแห่งพระสงฆเจ้านั้น ชะยะสิทธิ อันว่าความสำเร็จแห่งชัยชนะ โหตุ จงมี เต แก่ท่าน

สัพพันตะรายา จะ วินาสะเมนตุ

จะ อนึ่ง สัพพะอันตะรายา อันว่าอันตรายทั้งปวงทั้งหลาย วินาสะเมนตุ จงถึงความพินาศ.

นมัสการ ( นะโม 3 จบ)แปล

 

นมัสการ ( นะโม 3 จบ)

========================

ภาษาบาลี

นโม ตัสสะ ภะคะวะโค อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

นโม ตัสสะ ภะคะวะโค อะระหะโต สัมมาสัมพุทธุสสะ

นโม ตัสสะ ภะคะวะโค อะระหะโต สัมมาสัมพุทธุสสะ

แปลโดยอรรถ

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

แปลโดยยกศัพท์

นะโม อันว่าความนอบน้อม อัตถุ จงมี ภะคะวะโต แด่พระผู้มีพระภาคเจ้า อะระหะโต ผู้ไกลจากกิเลส สัมมาสัมพุทธัสสะ ผู้ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง ตัสสะ พระองค์นั้น

นะโม อันว่าความนอบน้อม อัตถุ จงมี ภะคะวะโต แด่พระผู้มีพระภาคเจ้า อะระหะโต ผู้ไกลจากกิเลส สัมมาสัมพุทธัสสะ ผู้ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง ตัสสะ พระองค์นั้น

นะโม อันว่าความนอบน้อม อัตถุ จงมี ภะคะวะโต แด่พระผู้มีพระภาคเจ้า อะระหะโต ผู้ไกลจากกิเลส สัมมาสัมพุทธัสสะ ผู้ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง ตัสสะ พระองค์นั้น

 

เชิญชุมนุมเทวดาแปล

 

เชิญชุมนุมเทวดาแปล

===============

ภาษาบาลี

สะรัชชัง สะเสนัง สะพันธุง นะรินทัง ปะริตตานุภาโว สะทา รักขตูติ, ผะริตวานะ เมตตัง สะเมตตา ภะทันตา, อวิกขิตตะจิตตา ปะริตตัง ภะณันตุ (ใช้ในราชพิธี,รัฐพิธี)

แปลโดยอรรถ

ท่านผู้เจริญทั้งหลาย ผู้มีเมตตา จงแผ่ไมตรีจิตด้วยคิดว่า ขออานุภาพพระปริตรจงรักษา พระราชาผู้เป็นเจ้าแห่งนรชน พร้อมด้วยราชสมบัติ พร้อมด้วยพระราชวงศ์ พร้อมด้วยเสนามาตย์แล้ว อย่ามีจิตฟุ้งซ่าน ตั้งใจสวดพระปริตร

แปลโดยยกศัพท์

ภะทันตา อันว่าท่านผู้เจริญทั้งหลาย สะเมตตา ผู้มีเมตตา ผะริตวานะ แผ่ไปแล้ว เมตตัง ซึ่งเมตตา จินตะเนนะ ด้วยอันคิด อิติ ว่าดังนี้ ปะริตตานุภาโว อันว่าอานุภาพแห่งเมตตา รักขะตุ จงรักษา นะรินทัง ซึ่งพระราชาผู้เป็นจอมแห่งนรชน สะรัชชัง ผู้กับด้วยรัชสมบัติ  สะเสนัง ผู้กับด้วยราชวงศ์ สะพันธุง ผู้กับด้วยเสนามาตย์  อวิกขิตตะจิตตา เป็นผู้มีจิตไม่ฟุ้งซ่านแล้ว หุตฺวา เป็น ภะณันตุ จงสวด ปะริตตัง ซึ่งพระปริตร.

ภาษาบาลี

สะมันตา จักกะวาเฬสุ, อัตราคจฺฉนตุ เทวตา, สัทธัมมัง มุนิราชัชชะ, สุณันตุ สัคคะโมกขะทัง

แปลโดยอรรถ

ขอเชิญเหล่าเทพเจ้าในจักรวาฬทั้งหลาย  โดยรอบ ณ สมาคมนี้ ฟังพระสัทธรรม ของพระมุนีเจ้า อันจะอำนวยให้สวรรค์และพระนิพพานเถิด

แปลโดยยกศัพท์

เทวะตา อันว่าเทวดาทั้งหลาย จักกะวาเฬสุ ในจักรวาลทั้งหลาย สมนฺตา โดยรอบ อัตระ ฐาเน ในสถานที่นี้ สุณันตุ จงฟัง สัทธัมมัง ซึ่งพระสัทธรรม สัคคะโมกขะทัง อันให้ซึ่งสวรรค์และความหลุดพ้น(นิพพาน) มุนิราชชฺซ พุทธัสส ของพระพุทธเจ่้า ผู้เป็นราชาแห่งมุนี

ภาษาบาลี

สัคเค กาเม จะ รูเป คิริสิขะระตะเฏ จันตะลิกเข วิมาเน,

ทีเป รัฏเฐ จะ คาเม ตะรุวะนะคะหะเน เคหะวัตถุมหิ เขตเต,

ภุมมา จายนฺตุ เทวา ชะละถะละวิสะเม ยักขะคันธัพพะนาคา,

ติฏฐันตา  สันติเก ยัง มุนิวะจะนัง สาธโว เม สุณันตุ

แปลโดยอรรถ

ขอเชิญเหล่าเทพเจ้า ซึ่งสถิตอยู่ในสวรรค์ ชั้นกามภพก็ดี รูปภพก็ดี และภุมมเทวดา ซึ่งสถิตอยู่ในวิมาน หรือยอดภูเขา และหุบผา ในอากาศ ในเกาะ ในแว่นแคว้น ในบ้าน ในต้นพฤกษา และในป่าชัฏ ในเรือน และในไร่นาก็ดี และยักษ์และคนธรรพ์ นาค ซึ่งสถิตอยู่ในน้ำ บนบก และที่อันไม่ราบเรียบก็ดี  อันอยู่ในที่ใกล้เคียง จงมาประชุมพร้อมกันในทีนี้ คำใดเป็นของพระมุนี ท่านสาธุชนทั้งหลาย จงสดับคำข้าพเจ้านั้น

แปลโดยยกศัพท์

เทวา อันว่าเทวดาทั้งหลาย ติฏฺฐันตา ผู้สถิตอยู่ กาเม สัคเค จะ ในสวรรค์ขั้นกามภพด้วย รูเป สัคเค จะ ในสวรรค์ ชั้นรูปภพด้วย ภุมมา เทวา อันว่าภุมมเทวดาทั้งหลาย ติฏฺฐันตา ผู้สถิตอยู่ วิมาเน ในวิมาน คิริสิขะระตะเฏ อันอยู่บนยอดแห่งภูเขาและหุบผา จันตะลิกเข อันอยู่ในอากาศ ทีเป ในเกาะ รัฏเฐ ในรัฐ คาเม ในหมู่บ้าน ตะรุวะนะคะหะเน ในต้นไม้และในที่รกชัฏ เคหะวัตฺถุมหิ ในเรือน เขตเต ในนา ยักขะคันธัพพะนาคา อันว่ายักษ์ คนธรรพ์และนาคทั้งหลาย ติฏฐันตา ผู้สถิตอยู่ ชะละถะละวิสะเม ในน้ำ บนบก และที่อันไม่ราบเรียบ สันติเก อันอยู่ในที่ใกล้ อายันตุ จงมา มุนิวะจะนัง อันว่าคำแห่งพระมุนี ยัง อันใด อัตถิ มีอยู่ สาธะโว อันว่าคนดีทั้งหลาย สุณันตุ จงฟัง ตัง มุนิวะจะนัง ซึ่งคำของพระมุนีนั้น เม ของข้าพเจ้า

ภาษาบาลี

ธัมมัสสะวะนะกาโล อะยัมภะทันตา

ธัมมัสสะวะนะกาโล อะยัมภะทันตา

ธัมมัสสะวะนะกาโล อะยัมภะทันตา

แปลโดยอรรถ

ดูก่อนท่านผู้เจริญ กาลนี้เป็นกาลฟังธรรม

ดูก่อนท่านผู้เจริญ กาลนี้เป็นกาลฟังธรรม

ดูก่อนท่านผู้เจริญ กาลนี้เป็นกาลฟังธรรม

แปลโดยยกศัพท์

ภะทันตา ดูกรท่านผู้เจริญทั้งหลาย อะยัง กาโล อันว่าเวลานี้ ธัมมัสสะวะนะกาโล เป็นเวลาฟังซึ่งธรรม โหติ ย่อมเป็น

ภะทันตา ดูกรท่านผู้เจริญทั้งหลาย อะยัง กาโล อันว่าเวลานี้ ธัมมัสสะวะนะกาโล เป็นเวลาฟังซึ่งธรรม โหติ ย่อมเป็น

ภะทันตา ดูกรท่านผู้เจริญทั้งหลาย อะยัง กาโล อันว่าเวลานี้ ธัมมัสสะวะนะกาโล เป็นเวลาฟังซึ่งธรรม โหติ ย่อมเป็น

หัดแปลนมการสิทธิคาถา (โย จักขุมา)

 

หัดแปลนมการสิทธิคาถา (โย จักขุมา)

สำนวนแปลที่ 1  อยากเห็นสำนวนแปลที่ 2 3 4 เรียนเชิญทุกท่านครับ

=============================

แปลโดยอรรถ

โย จักขุมา โมหะมะลาปะกัฏโฐ

ท่านพระองค์ใด มีปัญญาจักษุ ขจyดมลทินคือโมหะเสียแล้ว

สามังวะ พุทโธ สะคะโต วิมุตฺโต

ได้ตรัสเป็นพระพุทธเจ้าโfยลำพังพระองค์เอง เสด็จไปดี พ้นไปแล้ว

มารัสสะ ปาสา วินิโมจะยันโต,ปาเปสิ เขมัง ชะตัง วิเนยยัง

ทรงเปลื้องชุมนุมชน อันเป็นเวไนย จากบ่วงแห่งมาร มาให้ถึงความเกษม

พุทธัง วะรันตัง สิระสา นะมามิ

ข้าพระพุทธเจ้า ขอถวายนมัสการพระพุทธเจ้า ผู้บวรพระองค์นั้น

โลกัสสะ นาถัญจะ วินายะกัญจะ

ผู้เป็นนาถะและเป็นผู้นำแห่งโลก

ตันเตชะสา เต ชะยะสิทธิ โหตุ

ด้วยเดชพระพุทธเจ้านั้น ขอความสำเร็จแห่งชัยชนะจงมีแก่ท่าน

สัพพันตะรายา จะ วินาสะเมนตุ

และขออันตรายทั้งมวล จงถึงความพินาศฯ

ธัมโม ธะโช โย วิยะ ตัสสะ สัตถุ

พระธรรมเจ้าใด เป็นดุจธงชัยแห่งพระศาสดาพระองค์นั้น

ทัสเสสิ โลกัสสะ วิสุทธิมัคคัง

แสดงทางแห่งความบริสุทธิ์แก่โลก

นิยยานิโก ธัมมะธะรัสสะ ธารี

เป็นคุณอันนำออกซึ่งยุคเข็ญ คุ้มครองชนผู้ทรงธรรม

สาตาวะโห สันติกะโร สุจิณโณ

ประพฤติดีแล้ว นำความสุขมา ทำความสงบ

ธัมมัง วะรันตัง สิระสา  นะมามิ

ข้าพระพุทธเจ้า ขอถวายนมัสการพระธรรมอันบวรนั้น

โมหัปปะทาลัง อุปะสันตะทาหัง

อันทำลายโมหะ ระงับความเร่าร้อน

ตันเตชะสา เต ชะยะสิทธิ โหตุ

ด้วยเดชแห่งพระธรรมเจ้านั้น ขอความสำเร็จแห่งชัยชนะ จงมีแก่ท่าน

สัพพะอันตะรายา จะ วิสาสะเมนตุ

และขออันตรายทั้งมวล จงถึงความพินาศ ฯ

สัทธัมมะเสนา สุคะตานุโค โย

พระสงฆเจ้า เป็นเสนาประกาศพระสัทธรรม ดำเนินตามพระศาสดาผู้เสด็จไปดีแล้ว (

โลกัสสะ ปาปูปะกิเลสะเตชา

 ผจญเสียซึ่งอุปกิเลสอันลามกของโลก

สันโต สะยัง สันตินโยชะโก จะ

เป็นผู้สงบเองด้วย ประกอบผู้อื่นไว้ในความสงบด้วย

สวากขาตะธัมมัง วิทิตัง กะโรติ

ย่อมทำพระธรรมอันพระศาสดาตรัสไว้ดีแล้ว ให้มีผู้รู้ตาม

สังฆัง วะรันตัง สิระสา นะมามิ

ข้าพระพุทธเจ้า ขอถวายนมัสการ พระสงฆ์ผู้บวรนั้น

พุทธานุพุทธัง สะมะสีละทิฏฐิง

ผู้ตรัสรู้ตามพระพุทธเจ้า มีศีลและทิฏฐิเสมอกัน

ตันเตชะสา เต ชะยะสิทธิ โหตุ

ด้วยเดชแห่งพระสงฆเจ้านั้น ขอความสำเร็จแห่งชัยชนะ จงมีแก่ท่าน

สัพพyนตะรายา จะ วินาสะเมนตุ

และขออันตรายทั้งมวง จงถึงความพินาศ เทอญฯ

 

แปลโดยยกศัพท์

 

โย จักจุมา โมหะมะลาป````กัฏโฐ

โย ปุคคะโล อันว่าบุคคลใด จักขุมา เป็นผู้มีจักษุ โมหะมะละ+อปะกัฏโฐ เป็นผู้กำจัดซึ่งมลทินคือโมหะแล้ว

สามังวะ พุทโธ สุคะโต วิมุตโต

สามังวะ พุทโธ เป็นผู้ตรัสรู้แล้วโดยลำพังตนเองนั่นเทียว สุคะโต เป็นผู้ไปดีแล้ว วิมุตโต เป็นผู้ไปพ้นแล้ว หุตฺวา เป็น

มารัสสะ ปาสา วินิโมจะยันโต,ปาเปสิ เชมัง ชะนะตัง  วิเนยยัง  

ผู้วินิโมจะยันโต ปลดเปลื้องอยู่ วิเนยยัง ชนตัง ซึ่งประชุมชน ผู้เป็นเวไนยชน  ปาสา จากบ่วง มารัสสะ แห่งมาร ปาเปสิ ให้ถึงแล้ว เขมัง ซึ่งความเกษม

พุทธัง วะรันตัง สิระสา นะมามิ

อะหัง อันว่าข้าพเจ้า นะมามิ นอบน้อมอยู่ พุทธัง ซึ่งพระพุทธเจ้า วะรัง ผู้ประเสริฐ ตัง นั้น สิระสา ด้วยเศียรเกล้า

โลกัสสะ นานัญจะ วินายะกัญจะ

โลลกัสสะ นาถํ จ วินายะกัง จะ ผู้เป็นนาถะด้วย ผู้เป็นนายกด้วย แห่งโลก

ตันเตชะสา เต ชะยะสิทธิ โหตุ

ตันเตชสา ด้วยเดชแห่งพระพุทธเจ้านั้น ชะยะสิทธิ อันว่าความสำเร็จแห่งชัยชนะ โหตุ จงมี เต แก่ท่าน

สัพพันตะรายา จะ วินาสะเมนตุ

จะ อนึ่ง (สัพพะ +อันตรายา) อันว่าอันตรายทั้งปวงทั้งหลาย   เต ของท่าน วินาสะเมนตุ จงนินาศไป

ธัมโม ธะโช โย วิยะ ตัสสะ สัตถุ

ฮัมโม อันว่าพระธรรม โย ใด ธะโช วิยะ เป็นราวกะว่า ธง สัตถุ ของพระศาสดา ตัสสะ พระองค์นั้น หุตฺวา เป็น

ทัสเสสิ โลกัสสะ วิสุทธิมัคคัง

ทัสเสสิ แสดงแล้ว วิสุทธิมัคคัง ซึ่งทหทางแห่งความบริสุทธิ์ โลกัสสะ แก่โลก

นิยยานิโก เป็นธรรมอันนำอกซึ่งยุคเข็ญ ธัมมะธะรัสสะ ธารี เป็นธรรมคุ้มครอง ซึ่งผู้ทรงไว้ซึ่งธรรม  โหติ ย่อมเป็น

สาตาวะโห สันติกะโร สุจิณโณ

สุจิณฺโณ เป็นธรรมอันบุคคลประพฤติดีแล้ว สาตาวะโห เป็นธรรมอันนำมาซึ่งความสุข สันติกะโร เป็นธรรมอันกระทำซึ่งความสงบ โหติ ย่อมเป็น

ธัมมัง วะรันตัง สิระสา นะมามิ

อะหัง อันว่าข้พเจ้า  นะมามิ นอบน้อมอยู่ ตัง ธัมมัง ซึ่งพระธรรมนั้น  วะรัง อันประเสริฐ สิระสา ด้วยเศียรเกล้า

โมหัปปะทาลัง อุปะสันตะทาหัง

โมหัปปะทาลัง (พระธรรม) อันทำลายซึ่งโมหะ อุปะสันตะทาหัง อันเข้าไประงับซึ่งความเร่าร้อน

ตันเตชะสา เต ชะยะสิทธิ โหตุ

ตันเตชะสา ด้วยเดชห่งพระธรรมเจ้านั้น ชะยะสิทธิ อันว่าสำเร็จแห่งชัยชนะ โหตุ จงมี เต แก่ท่าน

สัพพันตะรายา จะ วินาสะเมนตุ

จะ อนึ่ง สัพพันตะรายา อันว่าอันตรายทั้งปวงทั้งหลาย เต ของท่าน วินาสะเมนตุ จงพินาศไปฯ

สัทธัมมะเสนา สุคะตานุโค โย

โย สังโฆ อันว่าพระสงฆ์ใด สัทธัมมะเสนา ผู้เป็นเสนา(ทหาร)(ประกาศ)ซึ่งพระสัทธรรม สุคะตานุโค ผู้ดำเนินไปตามพระศาสดาผู้เสด็จไปดีแล้ว

โลกัสสะ ปาปูปะกิเลสะเชตา

ผู้เอาชนะซึ่งอุปกิเลสอันเลว ของโลก

สันโต สะยัง สันตินิโยชะโก จะ

สะยัง สันโต จะ เป็นผู้สงบเองแล้วด้วย สันตินิโยชะโก จะ เป็นผู้ประกอบซึ่งผู้อื่นในความสงบด้วย หุตวา เป็น

สวากขาตะธัมมัง วิทิตัง กะโรติ

กะโรติ ย่อมกระทำ สวากขาตะธัมมัง ซึ่งพระธรรมอันพระศาสดาตรัสไว้ดีแล้ว วิทิตัง ให้มีผู้รู้ตาม

สังฆัง วะรันตัง สิระสา นะมามิ

อะหัง อันว่าข้าพเจ้า นะมามิ นอบน้อมอยู่ สังฆัง ซึ่งพระสงฆ์ วะรัง ผู้ประเสริฐ  ตัง นั้น สิรสา ด้วยเศียรเกล้า

พุทธานุพุทธธัง สะมะสีละทิฏฐิง

พุทธานุพุทธธัง เป็นผู้ตรัสรู้ตามซึ่งพระพุทธเจ้า สะมะสีละทิฏฐิง เป็นผู้มีศีลและทิฏฐิเสมอกัน

ตันเตชะสา เต ชะยะสิทธิ โหตุ

ตันเตชะสา ด้วยเดขแห่งพระสงฆ์นั้น ชะยะสิทธิ อันว่าความสำเร็จแห่งชัยชนะ โหตุ จงมี เต แก่ท่าน

สัพพันตะรายา จะ วินาสะเมนตุ

จะ อนึ่ง สัพพันตะรายา อันว่าอันตรายทั้งปวงทั้งหลาย วินาสะเมนตุ จงพินาศไป.

Hello

Buy the latest and Omron store at cheap prices. Looking for Omron? Find exactly what you want today. This best Omron store is powered by Amazon. All products purchases are checked out on Amazon.com

Followers