โพชฌังคปริตรแปล
สำนวนแปลที่ 1 อยากเห็นสำนวนแปลที่ 2
3 4 เรียนเชิญทุกท่านครับ
==============================================
แปลโดยอรรถ
โพชฌังโค
สะติสังขาโต, ธัมมานัง วิจะโย ตะถา, วิริยัมปปสฺสัทธิ, โพชฌังคา จะ ตะถาปะเร, สะมาธุเปกขะโพชฌังคา
, สัตเตเต สัพพะทัสสินา, มุนินา สัมมะทักขาตา, ภาวิตา พะหุลีกะตา
โพชฌงค์ 7 ประการ คือ สติสัมโพชฌงค์ ธรรมวิจัยสัมโพชฌงค์
วิริยสัมโพชฌงค์ ปีติสัมโพชฌงค์ สัทสัทธิสัมโพชฌงค์ สมาธิสัมโพชฌงค์
อุเบกขาสัมโพชฌงค์ อันพระมุนีเจ้า
ผู้เห็นธรรมทั้งสิ้น ตรัสไว้ชอบแล้ว อันบุคคลมาเจริญ ทำให้มากแล้ว
สังวัตตันติ
อะภิญญายะ
ย่อมเป็นไปเพื่อความตรัสรู้
เอเตน สัจเจนะ ด้วยการกล่วสัตย์นี้
โสตถิ
เต โหตุ สัพพะทา
ขอความสวัสดี จงมี แก่ท่าน ทุกเมื่อฯ
เอกัสมิง
สะมะเย นาโถ
ในสมัยหนึ่ง
พระโลกนาถเจ้า
โมคคัลลานัญจะ
กัสสะปัง คิลาเนน ทุกขิเต ทิสวา
ทอดพระเนตร พระโมคคัลลานะ และพระกัสสปะ เป็นไข้
ถึงทุกขเวทนาแล้ว
โพชฌังเค
สะตะ เทสะยิ
ท่านทั้งหลาย
เพลิดเพลินภาษิตนั้น
โรคา มุจจิงสุ ตังขะเณ
หายโรคในขณะนั้น
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ
ด้วยการกล่าวสัตย์
ขอความสวัสดี จงมี แก่ท่าน ทุกเมื่อ
เอกะทา
ธัมมะราชาปิ
ครั้งหนึ่ง แม้พระธรรมราชา(พระศาสดา)
เคลัญเญนาภิปีฬิโต
อันความประชวรเบียดเบียนแล้ว
จุนทัตเถเรนะ
ตัญเญวะ,ภะณาเปตฺวานะ สาทะรัง
รับสั่งให้พระจุนทะเถระ แสดงโพชฌงค์นั้น โดยยินดี
สัมโมทิตวา
จะ อาพาธา,ตัมหา วุฏฐาสิ ฐานะโส
ก็ทรงบันเทิงพระหฤทัยหายความประชวรไป โดยฐานะ
เอเตนะ
สัจจะวัชเชนะ
ด้วยความกล่าวสัตย์นี้
โสตถิ
เต โหตุ สัพพะทา
ขอความสงัสดี จงมี แก่ท่าน ทุกเมื่อ
ปะหีนา
เต จะ อาพาธา, ติณณัมนัมปิ มะเหสินัง
ก็อาพาธทั้งหลายนั้น อันพระมหาฤษีทั้ง 3 องค์ละได้แล้ว
มัคคาหะตะกิเลสาวะ,
ปัตตานุปัตติธัมมะตัง
ถึงความไม่บังเกิดเป็นธรรมดา ดุจกิเลสอันมรรคกำจัดแล้ว
เอเตนะ
สัจจะวัชเชนะ
ด้วยความกล่าวสัตย์นี้
โสตถิ
เต โหตุ สัพพะทา
ขอความสวัสดี จงมี
แก่ท่าน ทุกเมื่อ ฯ
============================
แปลโดยยกศัพท์
โพชฌังโค
สะติสังขาโต, ธัมมานัง วิจะโย ตะถา, วิริยัมปปัสสัทธิ, โพชฌังคา จะ ตะถาปะเร,
สะมาธุเปกขะโพชฌังคา , สัตเตเต สัพพะทัสสินา, มุนินา สัมมะทักขาตา, ภาวิตา
พะหุลีกะตา
(สัตเตเต) สัตเต เอเต โพชฌังคา อันว่าโพชฌงค์ทั้งหลาย 7
เหล่านี้ อิติ คือ สติสังขาโต โพชฌังโค อันว่าสติโพชฌงค์ ตะถา อนึ่ง ธัมมานัง วิจะโย โพชฌังโค อันว่าวิจยโพชฌงค์ ตถา
อนึ่ง โพชฌังคา อันว่า โพชฌงค์ทั้งหลาย อะปะเร อย่างอื่น (อีก 2) คือ วิริยัมปัสสัทธิ
( วิริโย โพชฌังโค, ปัสสัทธิ โพชฌังโค) อันว่าวิริยโพชฌงค์
อันว่าปัสสัทธิโพชฌงค์ สะมาธุเปกขะโพชฌังคา
อันว่าสมาธิโพชฌงค์ และอุเบกขาโพชฌงค์ทั้งหลาย
มุนินา สัมมะทักขาตา เป็นนธรรมอันพระมุนี(พระพุทธเจ้า)ตรัสไว้โดยชอบแล้ว
ปุคคะเลนะ ภวิตา เป็นธรรมอันบุคคลเจริญแล้ว ปุคคะเลนะ พะหุลีกะตา เป็นธรรมอันบุคคลกระทำให้มากแล้ว
หุตวา เป็น
สังวัตตันติ
อะภิญญายะ
สังวัตตันติ ย่อมเป็นไป อะภิญญายะ เพื่อความตรัสรู้
เอเตน สัจจะวัชเนะ
สัจเจนะ ด้วยการกล่าวคำสัตย์ เอเตนะนี้
โสตถิ
เต โหตุ สัพพะทา
โสตถิ อันว่าความสวัสดี โหตุ จงมี เต แก่ท่านสัพพทา ในกาลทุกเมื่อฯ
เอกัสมิง
สะมะเย นาโถ
จะ อนึ่ง สมเย ในสมัย เอกัสมิง หนึ่ง นาโถ อันว่าพระโลกนาถเจ้า
โมคคัลลานัญจะ
กัสสะปัง คิลาเนน ทุกขิเต ทิสวา
ทิสวา(ทอดพระเนตร) เห็นแล้ว โมคคัลลานัง จะ กัสสะปัง จะ
ซึ่งพระโมคคัลลานะด้วย กัสสะปัง จะ ซึ่งพระกัสสปะด้วย คิลาเนะ ทุกขิเต ผู้ถึงแล้วซึ่งทุกข์
ด้วยความป่วยไข้
โพชฌังเค
สะตะ เทสะยิ
เทสะยิ ทรงแสดงแล้ว โพชฌังเค ซึ่งโพชฌงค์ทั้งหลาย สัตตะ 7 อย่าง
เต จะ ตัง อะภินันทิตวา
จะ ก็ เต เทฺว เถรา
อันว่าพระเถระ 2 รูป เหล่านั้น อภินันทิตวา เพลิดเพลินแล้ว ตัง เทสะนัง
ซึ่ง พระธรรมเทศนานั้น
โรคา มุจจิงสุ ตังขะเณ
โรคา
อันว่าโรคทั้งหลาย มุจจิงสุ หายไปแล้ว ตังขะเณ ในขณะนั้น
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ
สัจจะวัชเชนะ
ด้วยการกล่าวซึ่งคำสัตย์ เอเตนะ นี้
โสตถิ
เต โหตุ สัพพะทา
โสตถิ อันว่าความสวัสดี โหตุ จงมี เต แก่ท่าน สัพพะทา
ในกาลทุกเมื่อ
เอกะทา ธัมมะราชาปิ
เอกะทา
ในกาลครั้งหนึ่ง ธัมมะราชาปิ แม้อันว่าพระธรรมราชา(พระพุทธเจ้า)
(เคลัญเญนะ อภิปีฬิโต)
ผู้อันความอาพาธเบียดเบียนแล้ว
จุนทัตเถเรนะ ตัญเญวะ,ภะณาเปตฺวานะ สาทะรัง
จุนทัตเถเรนะ
ยังพระเถระชื่อว่าจุนทะ ภะณาเปตฺวานะ ให้กล่าวแล้ว ตัง เอวะ โพชฌังคะกถัง
ซึ่งกถาว่าด้วยโพชฌงค์นั้นนั่นเทียว สาทะรัง โดยยินดี
สัมโมทิตวา จะ อาพาธา,ตัมหา วุฏฐาสิ ฐานะโส
สัมโมทิตวา
ทรงบันเทิงแล้ว วุฏฐาสิ ทรงหายแล้ว อาพาธา จากอาพาธ ตัมหา นั้น ฐานะโส โดยฐานะ
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ
สัจจะวัชเชนะ
ด้วยการกล่าวซึ่งคำสัตย์ เอเตนะ นี้
โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา
โสตถิ อันว่าความสวัสดี โหตุ จงมี จงมี เต แก่ท่าน แก่ท่าน สัพพะทา ในกาลทุกเมื่อ
ปะหีนา เต จะ อาพาธา, ติณณัมนัมปิ มะเหสินัง
จะ ก็ อาพาธา อันว่าอาพาธทั้งหลาย เต เหล่านั้น มเหสินัง
อันผู้แสวงหาซึ่งคุณอันใหญ่ทั้งหลาย ติณณันนัมปิ แม้สามรูป ปะหีนา ละได้แล้ว
มัคคาหะตะกิเลสาวะ, ปัตตานุปัตติธัมมะตัง
(เต มะเหสิโน
อันว่าผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ เหล่านั้น) คัจฉันติ ย่อมถึง ปัตตานุปปัตติธัมมะตัง
ซึ่งความไม่บังเกิดเป็นธรรมดา มัคคาหะตะกิเลสา อิวะ ราวกะ อันว่ากิเลสอันมรรคกำจัดแล้ว
เอเตนะ
สัจจะวัชเชนะ
สัจจะวัชเชน
ด้วยการกล่าวคำสัตย์ เอเตนะ นี้
โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา
โสตถิ
อันว่าความสวัสดี โหตุ จงมี เต แก่ท่าน สัพพะทา ในกาลทุกเมื่อ ฯ
No comments:
Post a Comment