หัดแปลนมการสิทธิคาถา
(โย จักขุมา)
สำนวนแปลที่
1 อยากเห็นสำนวนแปลที่ 2 3 4
เรียนเชิญทุกท่านครับ
=============================
แปลโดยอรรถ
โย จักขุมา
โมหะมะลาปะกัฏโฐ
ท่านพระองค์ใด
มีปัญญาจักษุ ขจyดมลทินคือโมหะเสียแล้ว
สามังวะ พุทโธ
สะคะโต วิมุตฺโต
ได้ตรัสเป็นพระพุทธเจ้าโfยลำพังพระองค์เอง เสด็จไปดี พ้นไปแล้ว
มารัสสะ ปาสา
วินิโมจะยันโต,ปาเปสิ เขมัง ชะตัง วิเนยยัง
ทรงเปลื้องชุมนุมชน
อันเป็นเวไนย จากบ่วงแห่งมาร
มาให้ถึงความเกษม
พุทธัง
วะรันตัง สิระสา นะมามิ
ข้าพระพุทธเจ้า
ขอถวายนมัสการพระพุทธเจ้า ผู้บวรพระองค์นั้น
โลกัสสะ
นาถัญจะ วินายะกัญจะ
ผู้เป็นนาถะและเป็นผู้นำแห่งโลก
ตันเตชะสา เต
ชะยะสิทธิ โหตุ
ด้วยเดชพระพุทธเจ้านั้น
ขอความสำเร็จแห่งชัยชนะจงมีแก่ท่าน
สัพพันตะรายา
จะ วินาสะเมนตุ
และขออันตรายทั้งมวล
จงถึงความพินาศฯ
ธัมโม ธะโช โย
วิยะ ตัสสะ สัตถุ
พระธรรมเจ้าใด
เป็นดุจธงชัยแห่งพระศาสดาพระองค์นั้น
ทัสเสสิ
โลกัสสะ วิสุทธิมัคคัง
แสดงทางแห่งความบริสุทธิ์แก่โลก
นิยยานิโก
ธัมมะธะรัสสะ ธารี
เป็นคุณอันนำออกซึ่งยุคเข็ญ
คุ้มครองชนผู้ทรงธรรม
สาตาวะโห
สันติกะโร สุจิณโณ
ประพฤติดีแล้ว
นำความสุขมา ทำความสงบ
ธัมมัง
วะรันตัง สิระสา นะมามิ
ข้าพระพุทธเจ้า
ขอถวายนมัสการพระธรรมอันบวรนั้น
โมหัปปะทาลัง
อุปะสันตะทาหัง
อันทำลายโมหะ
ระงับความเร่าร้อน
ตันเตชะสา เต
ชะยะสิทธิ โหตุ
ด้วยเดชแห่งพระธรรมเจ้านั้น
ขอความสำเร็จแห่งชัยชนะ จงมีแก่ท่าน
สัพพะอันตะรายา
จะ วิสาสะเมนตุ
และขออันตรายทั้งมวล
จงถึงความพินาศ ฯ
สัทธัมมะเสนา
สุคะตานุโค โย
พระสงฆเจ้า
เป็นเสนาประกาศพระสัทธรรม ดำเนินตามพระศาสดาผู้เสด็จไปดีแล้ว (
โลกัสสะ
ปาปูปะกิเลสะเตชา
ผจญเสียซึ่งอุปกิเลสอันลามกของโลก
สันโต สะยัง
สันตินโยชะโก จะ
เป็นผู้สงบเองด้วย
ประกอบผู้อื่นไว้ในความสงบด้วย
สวากขาตะธัมมัง
วิทิตัง กะโรติ
ย่อมทำพระธรรมอันพระศาสดาตรัสไว้ดีแล้ว
ให้มีผู้รู้ตาม
สังฆัง
วะรันตัง สิระสา นะมามิ
ข้าพระพุทธเจ้า
ขอถวายนมัสการ พระสงฆ์ผู้บวรนั้น
พุทธานุพุทธัง
สะมะสีละทิฏฐิง
ผู้ตรัสรู้ตามพระพุทธเจ้า
มีศีลและทิฏฐิเสมอกัน
ตันเตชะสา เต
ชะยะสิทธิ โหตุ
ด้วยเดชแห่งพระสงฆเจ้านั้น
ขอความสำเร็จแห่งชัยชนะ จงมีแก่ท่าน
สัพพyนตะรายา จะ วินาสะเมนตุ
และขออันตรายทั้งมวง
จงถึงความพินาศ เทอญฯ
แปลโดยยกศัพท์
โย จักจุมา
โมหะมะลาป````กัฏโฐ
โย ปุคคะโล
อันว่าบุคคลใด จักขุมา เป็นผู้มีจักษุ โมหะมะละ+อปะกัฏโฐ เป็นผู้กำจัดซึ่งมลทินคือโมหะแล้ว
สามังวะ พุทโธ
สุคะโต วิมุตโต
สามังวะ พุทโธ
เป็นผู้ตรัสรู้แล้วโดยลำพังตนเองนั่นเทียว สุคะโต เป็นผู้ไปดีแล้ว วิมุตโต
เป็นผู้ไปพ้นแล้ว หุตฺวา เป็น
มารัสสะ ปาสา วินิโมจะยันโต,ปาเปสิ เชมัง ชะนะตัง วิเนยยัง
ผู้วินิโมจะยันโต ปลดเปลื้องอยู่ วิเนยยัง ชนตัง ซึ่งประชุมชน
ผู้เป็นเวไนยชน ปาสา จากบ่วง มารัสสะ
แห่งมาร ปาเปสิ ให้ถึงแล้ว เขมัง ซึ่งความเกษม
พุทธัง
วะรันตัง สิระสา นะมามิ
อะหัง
อันว่าข้าพเจ้า นะมามิ นอบน้อมอยู่ พุทธัง ซึ่งพระพุทธเจ้า วะรัง ผู้ประเสริฐ ตัง นั้น
สิระสา ด้วยเศียรเกล้า
โลกัสสะ
นานัญจะ วินายะกัญจะ
โลลกัสสะ นาถํ
จ วินายะกัง จะ ผู้เป็นนาถะด้วย ผู้เป็นนายกด้วย แห่งโลก
ตันเตชะสา เต
ชะยะสิทธิ โหตุ
ตันเตชสา
ด้วยเดชแห่งพระพุทธเจ้านั้น ชะยะสิทธิ อันว่าความสำเร็จแห่งชัยชนะ โหตุ จงมี เต
แก่ท่าน
สัพพันตะรายา
จะ วินาสะเมนตุ
จะ อนึ่ง (สัพพะ +อันตรายา) อันว่าอันตรายทั้งปวงทั้งหลาย เต ของท่าน วินาสะเมนตุ จงนินาศไป
ธัมโม ธะโช โย
วิยะ ตัสสะ สัตถุ
ฮัมโม อันว่าพระธรรม
โย ใด ธะโช วิยะ เป็นราวกะว่า ธง สัตถุ ของพระศาสดา ตัสสะ พระองค์นั้น หุตฺวา เป็น
ทัสเสสิ
โลกัสสะ วิสุทธิมัคคัง
ทัสเสสิ
แสดงแล้ว วิสุทธิมัคคัง ซึ่งทหทางแห่งความบริสุทธิ์ โลกัสสะ แก่โลก
นิยยานิโก
เป็นธรรมอันนำอกซึ่งยุคเข็ญ ธัมมะธะรัสสะ ธารี เป็นธรรมคุ้มครอง
ซึ่งผู้ทรงไว้ซึ่งธรรม โหติ ย่อมเป็น
สาตาวะโห
สันติกะโร สุจิณโณ
สุจิณฺโณ
เป็นธรรมอันบุคคลประพฤติดีแล้ว สาตาวะโห เป็นธรรมอันนำมาซึ่งความสุข สันติกะโร
เป็นธรรมอันกระทำซึ่งความสงบ โหติ ย่อมเป็น
ธัมมัง
วะรันตัง สิระสา นะมามิ
อะหัง
อันว่าข้พเจ้า นะมามิ นอบน้อมอยู่ ตัง ธัมมัง
ซึ่งพระธรรมนั้น วะรัง อันประเสริฐ สิระสา
ด้วยเศียรเกล้า
โมหัปปะทาลัง
อุปะสันตะทาหัง
โมหัปปะทาลัง
(พระธรรม) อันทำลายซึ่งโมหะ อุปะสันตะทาหัง อันเข้าไประงับซึ่งความเร่าร้อน
ตันเตชะสา เต
ชะยะสิทธิ โหตุ
ตันเตชะสา
ด้วยเดชห่งพระธรรมเจ้านั้น ชะยะสิทธิ อันว่าสำเร็จแห่งชัยชนะ โหตุ จงมี เต แก่ท่าน
สัพพันตะรายา
จะ วินาสะเมนตุ
จะ อนึ่ง
สัพพันตะรายา อันว่าอันตรายทั้งปวงทั้งหลาย เต ของท่าน วินาสะเมนตุ จงพินาศไปฯ
สัทธัมมะเสนา
สุคะตานุโค โย
โย สังโฆ
อันว่าพระสงฆ์ใด สัทธัมมะเสนา ผู้เป็นเสนา(ทหาร)(ประกาศ)ซึ่งพระสัทธรรม สุคะตานุโค
ผู้ดำเนินไปตามพระศาสดาผู้เสด็จไปดีแล้ว
โลกัสสะ
ปาปูปะกิเลสะเชตา
ผู้เอาชนะซึ่งอุปกิเลสอันเลว
ของโลก
สันโต สะยัง
สันตินิโยชะโก จะ
สะยัง สันโต จะ
เป็นผู้สงบเองแล้วด้วย สันตินิโยชะโก จะ เป็นผู้ประกอบซึ่งผู้อื่นในความสงบด้วย
หุตวา เป็น
สวากขาตะธัมมัง
วิทิตัง กะโรติ
กะโรติ
ย่อมกระทำ สวากขาตะธัมมัง ซึ่งพระธรรมอันพระศาสดาตรัสไว้ดีแล้ว วิทิตัง
ให้มีผู้รู้ตาม
สังฆัง
วะรันตัง สิระสา นะมามิ
อะหัง
อันว่าข้าพเจ้า นะมามิ นอบน้อมอยู่ สังฆัง ซึ่งพระสงฆ์ วะรัง ผู้ประเสริฐ ตัง นั้น สิรสา ด้วยเศียรเกล้า
พุทธานุพุทธธัง
สะมะสีละทิฏฐิง
พุทธานุพุทธธัง เป็นผู้ตรัสรู้ตามซึ่งพระพุทธเจ้า สะมะสีละทิฏฐิง
เป็นผู้มีศีลและทิฏฐิเสมอกัน
ตันเตชะสา เต ชะยะสิทธิ โหตุ
ตันเตชะสา ด้วยเดขแห่งพระสงฆ์นั้น ชะยะสิทธิ
อันว่าความสำเร็จแห่งชัยชนะ โหตุ จงมี เต แก่ท่าน
สัพพันตะรายา จะ วินาสะเมนตุ
จะ อนึ่ง สัพพันตะรายา
อันว่าอันตรายทั้งปวงทั้งหลาย วินาสะเมนตุ จงพินาศไป.
No comments:
Post a Comment